bo51034691

ปฏิบัติการที่ 10 การใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล ( ต่อ )

05:34, 20 August 2008 .. Link

          2. การสร้างเอกสารเว็บเพจด้วยโปรแกรมบรรณาธิการ

          สามารถทำได้โดยใช้ภาษาสำหรับสร้างเว็บเพจ  ได้แก่ html  สามารถทำได้โดยการใช้โปรแกรมประเภทบรรณาธิการสำหรับจัดการเอกสารที่เป็นข้อความ  และบันทึกแฟ้มเอกสารให้มีนามสกุลเป็น .html , .htm  เอกสาร html มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ

- ข้อความที่ต้องการให้ปรากฎบนหน้าจอภาพ

- ข้อความที่เป็นคำสั่งภาษา html เรียกว่า html  tag ซึ่งประกอบด้วยเครื่องหมาย "<" (Left angle bracket) ตามด้วยชื่อ Tag และ ">" (Right angle bracket)

 



ปฏิบัติการที่ 10 การใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล

02:11, 20 August 2008 .. Link

ปฏิบัติการที่  10

การใช้โปรแกรมประยุกต์เพือ่การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล

วัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้

1. สามารถถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลในระบบปฏิบัติการยูนิกซ์  และวินโดว์สโดยใช้โปรแกรมประยุกต์ได้

2. สามารถดาวโหลดแฟ้มข้อมูลจากเครื่องให้บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลแก่บุคคลทั่วไปได้

3. สามารถจัดการแฟ้มข้อมูลแดเรกเทอรี  เช่น การลบแฟ้มข้อมูล  การเปลี่ยนชื่ออแฟ้มข้อมูลล  และการสร้างไดเรกเทอรีใหม่  การเปลี่ยนไดเรกเทอรี  การลบไดเรกเทอรรี  และการเปลี่ยนชื่อไดเรกเทอรีได้

          1. การใช้โปรแกรมประยุต์เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล

          การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลเป็นบริการในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการในการทำสำเนาแฟ้มจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตนมีสิทธิในการใช้งาน หรือจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการให้บริการ FTP สำหรับบุคคลทั่วไป คือไม่ต้องระบุตัวผู้ใช้ โดยการสำเนาแฟ้มจากเครื่องให้บริการที่อยู่ระยะไกลมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้กำลังเข้าใช้งานอยู่  เรียกว่า การดาวน์โหลด  (Download) ส่วนการสำเนาแฟ้มจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้กำลังเข้าใช้งานอยู่ไปไว้บนเครื่องให้บริการที่อยู่ระยะไกล เรียกว่า การอัพโหลด  (Upload)

             1.1 การดาวน์โหลดแฟ้มข้อมูลจากเครื่องให้บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลแก่บุคคลทั่วไป

1.  เรียกใช้งานเว็บบราวเซอร์ แล้วใส่  address ที่ต้องการลงไป

2. เลือกแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่ต้องการดาวน์โหลด  จะปรากฎหน้าจอให้เลือก save

3. เลือกตำแหน่งที่ต้องการเก็บแฟ้ม  และกดปุ่ม save

            1.2 การใช้โปรแกรมประยุกต์ WinSCP ในการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล

1. double click ที่ไอคอน  ที่อยู่บนเดสก์ท็อป  จากนั้นให้กรอกข้อมูลในช่องต่างๆ ดังนี้

host name   กรรอกชื่อเครื่องให้บริกการ

user name  กรอกกชื่อผู้ใช้

pass word    กรอกชื่อรหัสผ่าน

จากนั้นกดปุ่ม  ล็อกอิน  โปรแกรรมก็จะเข้าสู่หน้าจอการเข้าใช้งานถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล

2. สำหรับการสร้างไดเรกเทอรี/โฟลเดอร์ ทำได้โดย

        คลิกบริเวณที่ต้องการสร้างไดเรกเทอรีใหม่  ที่พื้นที่ทางด้านขวาเมื่อต้องการสร้างไดเรกเทอรีใหม่ในเครื่อง remote host หรือคลิกที่พื้นที่ทางด้านซ้ายมือ เมื่อต้องการสร้างโฟลเดอร์ใหม่ในเครื่อง local host  จรกนั้นกดปุ่ม F7

3. การอัพโหลด

        ทำได้โดยการคลิก เม้าส์ปุ่มซ้ายค้างไว้ที่ชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการอัพโหลดในหน้าจอทางก้านซ้าย   จากนั้นลากเม้าส์ไปยังตำแหน่งปลายทางในหน้าจอด นขวาและปล่อยปุ่มเม้าส์  จะปรากฎหน้าต่างแสดงตำแหน่งปลายทางที่ต้องการถ่ายโอนนหรือคัดลอดแฟห้ม  และกดปุ่ม copy หากยังไม่เห็นชื่อแฟ้มนั้นให้กดปุ่ม   เพื่อปรับปรุงข้อมูล

4. การเปลี่ยนชื่อแฟ้มข้อมูล/ไดเรกเทอรี

        คลิกเม้าส์ที่ชื่อแฟ้มข้มูล/ไดเรกเทอรีที่ต้องการเปลี่ยนชื่อและกดปุ่ม  จะปรากฎ แถบสีที่ชื่อแฟ้มข้อมูล/ไดเเรกเทอรี  แล้วจึงพิมพ์ชื่อใหม่ลงไป

5. การดาวน์โหลด

        ทำเช่นเดียวกับการอัพโหลด เพียงแต่เปลี่ยนสลับข้างในการทำจากการอัพโหลด

6. การลบแฟ้มข้อมูลและการลบไดเรกทอรี

        คลิกเลือกแฟ้มที่ต้องลบ แล้วกดปุ่ม   

7. การเปลี่ยนไดเรกทอรี

     7.1 เมื่อต้องการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าไปยังไดเรกทอรีที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ทำได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อไดเรกทอรีนั้น

     7.2 เมื่อต้องการเปลี่ยนตำแหน่งไดเรกทอรีกลับขึ้นไปยังไดเรกทอรีที่อยู่เหนือกว่าทีละระดับ ทำได้โดยกดที่ปุ่ม

     7.3 เมื่อต้องการเปลี่ยนตำแหน่งไปยัง Home Directory ทำได้โดยกดที่ปุ่ม

8. การตัดการเชื่อมต่อกับเครื่อง Remote Host ทำได้โดยการกดที่ปุ่ม



ปฏิบัติการที่ 9 โปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

01:41, 20 August 2008 .. Link
 

ปฏิบัติการที่ 9

โปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

1. สามารถใช้เว็บเมล์ของมหาวิทยาลัย ในการส่งและอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้

2. สามารถตั้งค่าในโปรแกรมเว็บเมล์ของมหาวิทยาลัยได้

3. สามารถแนบแฟ้มข้อมูล ไปกับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้

4. สามารถจัดการจดมายเช่น การลบจดหมาย และ การบันทึกจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้

5. สามารถสมัครเข้าใช้งาน free e-mail ได้

1. การใช้งานเว็บเมล์ของมหาวิทยาลัยบูรพา

     1.1. การเข้าใช้งานเว็บเมล์ของมหาวิทยาลัย เพื่อรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

1. เปิดโปรแกรม เว็บบราวเซอร์ โดยการเรียกโปรแกรม

2. ในช่อง Address พิมพ์ http://mail.buu.ac.th/ ลงไปและกดปุ่ม Enter จะเข้าสู่หน้าจอ

3. พิมพ์ชื่อผู้ใช้(สำหรับนิสิต ให้ใส่รหัสนิสิต)ลงไปในช่อง user name จากนั้นพิมพ์รหัส

ผ่านลงไปในช่อง password  จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม Login

4. ถ้านิสิตสามารถล็อกอินได้สำเร็จจะปรากฏหน้าจอ

    1.2 การส่งจดหมาย

         1. เมื่อต้องการส่งจดหมาย คลิกที่ เขียนจดหมาย บนแถบเครื่องมือ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอ      

            โดยจากหน้าจอที่ปรากฏ สามารถอธิบายข้อมูลที่ต้องกรอกลงไปในแต่ละช่องข้อความ ดังนี้

ถึง      ให้พิมพ์ e-mail address ของบุคคลที่ผู้ส่งต้องการส่งจดหมายไปถึงหากมีผู้รับหลายคน สามารถคั่นแต่ละ e-mail address ด้วยเครื่องหมายจุลภาค

สำเนาถึง       ให้พิมพ์ e-mail address ของผู้รับคนอื่นที่ผู้ส่งต้องการส่งสำเนาจดหมายไปถึงหากมีผู้รับสำเนาหลายคน สามารถคั่นแต่ละ e-mail address ด้วยเครื่องหมายจุลภาค

ซ่อนสำเนาถึง          ให้พิมพ์ e-mail address ของผู้รับคนอื่นที่ผู้ส่งต้องการส่งสำเนาจดหมายไปถึง

            โดย ซ่อนสำเนาถึง มีการทำงานคล้ายกับ สำเนาถึง เพียงแต่มีข้อแตกต่างกันที่ เมื่อผู้ส่งระบุตัวผู้รับสำเนาจดหมายด้วย ซ่อนสำเนาถึง แล้ว ผู้รับจดหมาย (ในที่นี้คือเจ้าของ e-mail address ในส่วนของ ถึง) จะไม่ทราบว่าจดหมายที่ได้รับนั้น ถูกทำสำเนาไปถึงผู้อื่นด้วยหรือไม่ แต่สำหรับกรณีของ สำเนาถึง ผู้รับจดหมายสามารถรู้ได้จากส่วนของ สำเนาถึง ที่อยู่ในส่วนหัวของจดหมายว่าจดหมายที่ได้รับนั้น ผู้ส่งได้ทำสำเนาจดหมายไปหาผู้อื่นด้วย

หัวเรื่อง        ให้พิมพ์หัวเรื่องจดหมายที่ต้องการส่งให้กับผู้รับ

         2. หากต้องการแนบแฟ้มข้อมูลไปกับจดหมายสามารถทำได้โดยการคลิ๊กที่ เอกสารแนบท้ายจะปรากฏหน้าจอให้เลือกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการ

ขั้นตอนการแนบแฟ้มข้อมูลไปกับจดหมาย มีดังนี้

1. ทำการเลือกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการแนบไปกับจดหมาย โดยการกดที่ปุ่ม เพื่อเปิด

แฟ้มเอกสาร จะปรากฏหน้าจอให้เลือกแฟ้มข้อมูล

2. เมื่อเลือกแฟ้มข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จากนั้นกดปุ่ม แฟ้มดังกล่าวจะถูกเพิ่มลงในรายการ

ด้านล่าง ทำขั้นตอนที่ 1 และ 2 จนครบทุกแฟ้มที่ต้องการ

3. กดปุ่ม  เอกสารแนบท้าย

         3. หลังจากพิมพ์ข้อความที่ต้องการส่งจดหมายเรียบร้อยแล้วให้กดที่ ส่ง

บนแถบเครื่องมือ หรือคลิ๊กที่ปุ่ม ส่ง ที่อยู่ด้านล่าง เพื่อส่งจดหมายหรือคลิ๊กที่ปุ่ม ยกเลิก

เพื่อยกเลิกการส่งจดหมาย

        4. หากต้องการบันทึกจดหมายที่พิมพ์ไว้ก่อนเป็นจดหมายร่าง โดยผู้ส่งสามารถกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมจดหมายร่างที่บันทึกไว้ และจัดส่งจดหมายนั้นได้ในภายหลัง ทำได้โดยการคลิ๊กที่ บันทึกเป็นจดหมายล่าง

          1.3 การอ่าน การตอบกลับ และการส่งต่อ

          1. เมื่อต้องการตรวจดูว่ามีจดหมายเข้ามาหรือไม่ คลิ๊กที่ “จดหมายเข้า” จะปรากฏรายการจดหมายเข้า โดยจดหมายที่เป็นจดหมายใหม่ หรือจดหมายที่ยังไม่เคยเปิดอ่านจะมีสัญลักษณ์ รูปซองจดหมาย ที่หน้าจดหมายฉบับนั้นๆ และที่ชื่อผู้ส่งในคอลัมน์ “จาก” และ ที่หัวเรื่องจดหมายในคอลัมน์ “หัวเรื่อง” มีลักษณะเป็นตัวอักษรเข้ม ส่วนจดหมายที่เคยเปิดอ่านแล้วจะมีสัญลักษณ์เป็นรูป ที่หน้าจดหมายฉบับนั้นๆ

          2. เมื่อต้องการเปิดอ่านจดหมาย คลิ๊กที่หัวเรื่องจดหมายฉบับที่ต้องการอ่าน จะปรากฏหน้าจอแสดงรายละเอียดภายในจดหมายฉบับนั้น

         การเปิดอ่านจดหมายฉบับที่อยู่ถัดลงไปด้านล่างในรายการทำได้โดยคลิ๊กที่ ต่อไป และการเปิดอ่านจดหมายฉบับที่อยู่ถัดขึ้นไปด้านบนในรายการทำได้โดยคลิ๊กที่  ย้อนกลับ 

          3. เมื่อต้องการตอบจดหมาย ทำได้โดยคลิ๊กที่ ตอบกลับ  เพื่อตอบจดหมายกลับไปยังเจ้าของ  email address ที่อยู่ในช่อง “จาก” เท่านั้น แต่หากต้องการตอบจดหมายกลับไปหาทุกคนที่มี email address ทั้งที่อยู่ในช่อง “จาก” ช่อง “ถึง” และ ช่อง “สำเนาถึง” ทำได้โดยคลิ๊กที่ ส่งกลับทั้งหมด

          4. เมื่อต้องการส่งต่อจดหมาย หมายถึง การส่งจดหมายต่อไปยังผู้รับที่เป็นบุคคลอื่น ทำได้โดยการคลิ๊กที่ ส่งต่อ

          5. เมื่อต้องการปิดจดหมายฉบับที่กำลังอ่านอยู่ ทำได้โดยคลิ๊กที่ ปิด

          6. การตรวจสอบว่ามีจดหมายเข้ามาใหม่หรือไม่ ในขณะที่มีการใช้งานเว็บเมล์อยู่ ทำได้โดยการคลิ๊กที่ รับจดหมาย หากมีจดหมายใหม่ส่งมาถึง จะปรากฏรายการใหม่เพิ่มเข้ามาในรายการที่มีอยู่เดิม

         1.4 การเพิ่มที่อยู่ไว้ในสมุดรายชื่อที่อยู่

         1.4.1 ในกรณีที่ต้องการเพิ่ม email address ของผู้ที่ส่งจดหมายมาถึง เก็บไว้ในสมุดรายชื่อที่อยู่ทำได้โดย

               1. ในขณะที่เปิดจดหมายอ่านอยู่นั้น คลิ๊กที่ บนแถบเครื่องมือ 1 ครั้ง ซึ่งระบบ

จำทำการเพิ่ม email address นั้นเข้าไปในสมุดที่อยู่โดยอัตโนมัติ

               2. ตรวจสอบรายการที่อยู่ที่เพิ่มเข้าไป โดยคลิ๊กที่เมนู “ที่อยู่” ดังรูปที่ 9-8

               3. จะปรากฏชื่อ และที่อยู่ email address ของผู้ที่ส่งจดหมายมาถึง อยู่ในสมุดที่อยู่

เรียบร้อยแล้ว โดยเราไม่ต้องพิมพ์เพื่อเพิ่มที่อยู่เข้าไปเอง ดังรูปที่ 9-9

         1.4.2 ในกรณีต้องการเพิ่ม email address ลงไปโดยตรงด้วยตนเอง สามารถทำได้โดย

                1. คลิ๊กที่เมนู “ที่อยู่” ในขณะที่อยู่ในหน้าจอแสดงรายการจดหมายเข้า 

                2. จะปรากฏชื่อ และที่อยู่ email address ของผู้ที่เราได้เคยทำการเพิ่มข้อมูลไว้ใน

สมุดที่อยู่ จากนั้นคลิ๊กที่ ติดต่อใหม่  บนแถบเครื่องมือ เพื่อทำการเพิ่มข้อมูลผู้ที่เราต้องการคนใหม่เข้าไป ซึ่งจะปรากฏหน้าจอ

                 3. หลังจากพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม เพื่อบันทึกข้อมูล จากนั้นที่หน้าจอแสดงรายชื่อที่อยู่ จะปรากฏชื่อ และที่อยู่ของผู้ที่เราเพิ่มเข้าไปแสดงอยู่ด้วย

           1.4.3 หากต้องการจัดกลุ่มรายชื่อ ทำได้โดยคลิ๊กที่ กลุ่มใหม่ จะปรากฏหน้าจอ

                  1. ทำการตั้งชื่อกลุ่มลงในช่อง “ชื่อกลุ่ม”

                  2. จากนั้นทำการคลิ๊กเลือกชื่อที่ต้องการเพิ่มเข้ากลุ่ม

                  3. กดปุ่ม เพิ่ม ชื่อที่เลือกจะย้ายไปอยู่กรอบทางด้านขวา หากต้องการย้ายชื่อใดออกจากกลุ่มทำได้โดยคลิ๊กเลือกชื่อนั้นในกรอบด้านขวา จากนั้นกดที่ปุ่ม ย้าย ชื่อนั้นจะ

ถูกย้ายกลับไปอยู่ในกรอบด้านซ้าย ทำการเพิ่มชื่อจนครบทุกชื่อที่ต้องการเพิ่มเข้ากลุ่ม

                  4. จากนั้นกดปุ่ม  ตกลง

            1.4.4 ในการส่งจดหมายใหม่ เราสามารถเพิ่ม email address ของผู้ที่เราเคยบันทึกไว้ในสมุดที่อยู่ ลงในช่อง “ถึง”(To:) ช่อง “สำเนาถึง”(Cc:) และ ช่อง “ซ่อนสำเนาถึง”(Bcc:) ได้ โดยในขณะอยู่ในหน้าจอการเขียนจดหมายใหม่ คลิ๊กที่ จะปรากฏหน้าจอสำหรับเพิ่มชื่อผู้รับที่ต้องการใส่ลงในช่อง “ถึง”(To:) ช่อง “สำเนาถึง”(Cc:) และ ช่อง “ซ่อนสำเนาถึง”(Bcc:)

โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. คลิกเลือกชื่อที่ต้องการในกรอบด้านซ้ายมือ

2. คลิกปุ่มเพื่อเลือกว่าชื่อดังกล่าวในข้อ ต้องการให้อยู่ในช่อง “ถึง”(To:>) ช่อง “สำเนา

ถึง”(Cc:>) หรือ ช่อง “ซ่อนสำเนาถึง”(Bcc:>)

3. หากต้องการย้ายชื่อใดๆในกรอบด้านขวากลับไปกรอบด้านซ้ายในกดที่ปุ่ม

หากได้รายชื่อที่ต้องการครบทุกชื่อแล้ว กดปุ่ม เพื่อกลับไปยังหน้าจอการส่งจดหมาย

จากนั้นปฏิบัติเช่นเดียวกับการส่งจดหมายทั่วไป ดังที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ 1.2

            1.5. การปรับแต่งเว็บเมล์

            1.5.1 การตั้งค่าในการจัดการจดหมาย

                  1. คลิ๊กที่เมนู “ปรับแต่ง” ด้านบน จากนั้นคลิ๊กที่เมนู “การตั้งค่า” ด้านซ้ายมือจะปรากฏผลลัพธ์

                  2. การตั้งค่าในการลบจดหมาย ซึ่งจะมีตัวเลือก 2 ทางคือ

- ทางเลือกที่ 1 “เคลื่อนย้ายจดหมายที่ลบสู่ จดหมายรอการทำลาย”

เมื่อลบจดหมายแล้ว จดหมายนั้นจะถูกย้ายไปเก็บในโฟลเดอร์ “จดหมายรอการทำลาย”

ก่อน โดยจะยังไม่ถูกลบออกไปจากเครื่องอย่างถาวร เราสามารถเรียกจดหมายที่อยู่ใน “จดหมายรอการทำลาย” กลับมาไว้ใน “จดหมายเข้า” ได้อีก และหากเราคลิ๊กเลือก “ล้างกล่องข้อความเมื่อออกจากระบบ” หมายความว่าจดหมายที่อยู่ใน “จดหมายรอการทำลาย” จะถูกลบออกไปอย่างถาวร ไม่สามารถนำกลับมาได้อีก เมื่อเราออกจากระบบไปแล้ว

- ทางเลือกที่ 2 “ทำเครื่องหมายข้อความที่ถูกลบ”

เมื่อทำการลบจดหมายแล้ว จดหมายฉบับนั้นจะยังไม่หายไป แต่จะถูกทำเครื่องหมาย

หรือ ไว้หน้าจดหมายฉบับนั้นๆ และหากเราคลิ๊กเลือก หน้าตัวเลือก “ทำการลบ

จดหมายทันที หลังจากออกจากระบบ” หมายความว่าจดหมายที่ถูกทำเครื่องหมายไว้จะถูกลบออกไปอย่างถาวร หลังจากที่เราออกจากระบบแล้ว ซึ่งในปฏิบัติการนี้ให้ทดลองคลิ๊กเลือกทางเลือกนี้

                   3. การตั้งค่าในการตรวจสอบคำผิด ถ้าคลิ๊กเลือกที่ตัวเลือกนี้ทุกครั้งก่อนที่จดหมายจะถูกส่งออกไปยังผู้รับ จะมีการตรวจสอบคำผิดก่อนแล้วแสดงผล โดยผู้ส่งสามารถแก้ไขคำผิดได้หากต้องการ

                   4. การตั้งค่าเกี่ยวกับจดหมายส่งแล้ว ถ้ามีการคลิ๊กเลือกตัวเลือกนี้จดหมายที่มีการส่งออกไปทุกฉบับจะถูกสำเนาเก็บไว้ที่โฟลเดอร์ “จดหมายส่งแล้ว” โดยผู้ส่งสามารถกลับมาดูสำเนาจดหมายที่เคยส่งออกไปได้

                   5. การตั้งค่าเกี่ยวกับจดหมายร่าง เป็นการเลือกที่สำหรับจัดเก็บจดหมายที่พิมพ์ไว้ แต่ยังมิได้ส่งออกไปยังผู้รับ จึงทำการบันทึกไว้เป็นจดหมายร่างก่อน โดยจะตั้งค่าปกติสำหรับจัดเก็บจดหมายร่างไว้ที่กล่องข้อความ “จดหมายร่าง”

                  6. การตั้งค่าเกี่ยวกับการอ้างการตอบกลับ ถ้าเลือกตัวเลือกนี้ เมื่อเราต้องการตอบกลับ

จดหมายที่ส่งมาถึง จะมีการรวมเอาข้อความต้นฉบับในจดหมายที่ส่งมาถึง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจดหมายที่เรากำลังจะส่งตอบกลับไป เพื่อใช้อ้างอิงในการตอบจดหมาย

                   7. การตั้งค่าเกี่ยวกับการส่งจดหมายต่อ ในตัวเลือกนี้ ผู้ใช้สามารถใส่ email address อื่น ๆ ลงในช่องพื้นที่ข้อความ สำหรับส่งต่อจดหมายที่เข้ามาใหม่ไปยัง email address ที่ระบุ โดยอัตโนมัติ นิยมใช้ในกรณีที่ผู้ใช้อาจมี email address อยู่หลายที่ และอาจทำการส่งต่อจดหมายจากแต่ละ email address ไปยัง email address เดียว เพื่อสะดวกในใช้งานรับ-ส่งจดหมายเพียง emailaddress เดียวโดยไม่ต้องล็อกอินเข้าใช้งานทุกๆ email address

            1.6 การลบจดหมาย

                 1. หากต้องการลบจดหมายเพียงชั่วคราว โดยยังสามารถเรียกจดหมายที่ลบนั้นกลับมาใหม่ได้อีก ทำได้โดยการคลิ๊กเลือก หน้าจดหมายฉบับที่ต้องการลบ จากนั้นคลิ๊กที่เมนู จะปรากฏเครื่องหมายกากบาทสีแดงเช่น หรือ ที่สัญลักษณ์หน้าจดหมายฉบับนั้นๆหากต้องการยกเลิกการทำเครื่องหมายฉบับใดให้ทำการคลิ๊กเลือก หน้าจดหมายฉบับนั้น และคลิ๊กที่เมนูเครื่องหมายกากบาทสีแดงจะหายไป กลับมาเป็นสัญลักษณ์ปกติดังเดิม

                2. หากต้องการลบจดหมายอย่างถาวรทันที ทำได้โดยการคลิ๊ก เพื่อเลือกจดหมายฉบับที่ต้องการจากนั้นคลิ๊กที่เมนู

หมายเหตุ เมื่อมีการเลือก ทางเลือกที่ 2 “ทำเครื่องหมายข้อความที่ถูกลบ” ในการตั้งค่าในการลบจดหมาย (หัวข้อที่ 1.5 การปรับแต่งเว็บเมล์ข้อ 2.)

            1.7 การจัดการกล่องข้อความ

          กล่องข้อความนั้นจะแบ่งออกตามประเภทของจดหมาย เช่น กล่องข้อความ “กล่องจดหมายเข้า” สำหรับจัดเก็บจดหมายเข้า กล่องข้อความ “จดหมายร่าง” สำหรับจัดเก็บจดหมายร่าง เป็นต้น เราสามารถสร้างกล่องข้อความใหม่เองได้ โดยคลิ๊กที่เมนู “กล่องข้อความ”

                  1. การสร้างกล่องข้อความใหม่ เพื่อจัดเก็บจดหมายให้เป็นหมวดหมู่ตามต้องการ ทำได้โดยคลิ๊กที่ บนแถบเครื่องมือ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอให้พิมพ์ชื่อกล่องข้อความใหม่ เมื่อพิมพ์ชื่อกล่องข้อความที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม จะปรากฏกล่องข้อความใหม่ที่รายการด้านล่าง

                  2. การเปลี่ยนชื่อกล่องข้อความ ทำได้โดยการคลิ๊กเลือกกล่องข้อความที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊กที่ และพิมพ์ชื่อใหม่ที่ต้องการ

                  3. การลบกล่องข้อความ ทำได้โดยการคลิ๊กเลือกกล่องข้อความที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊กที่

                  4. การจัดเก็บจดหมายไว้ในกล่องข้อความ

           คลิ๊กที่เมนู “จดหมายเข้า”คลิ๊กเลือกจดหมายฉบับที่ต้องการจัดเก็บ

คลิ๊กที่ช่องเลือกรายการ “ย้ายจดหมายนี้ไปที่แฟ้ม” และเลือกชื่อกล่องข้อความที่

ต้องการ ขั้นตอนต่างๆแสดง

                 5. การเข้าไปดูจดหมายที่ถูกจัดเก็บไว้ในแฟ้มจดหมายต่างๆทำได้โดย คลิ๊กเลือกที่ช่องรายการ “เลือกแฟ้มจดหมาย”  โดยเลือกที่ชื่อแฟ้มจดหมายที่ต้องการจะปรากฏรายการจดหมายที่เคยจัดเก็บไว้ในแฟ้มจดหมายนั้น

           1.8 การออกจากระบบการใช้งานเว็บเมล์

          ทำได้โดยการคลิ๊กที่ ที่ปรากฏอยู่ในส่วนบนด้านขวามือของหน้าจอ ซึ่งหลังจากนั้นจะแสดงหน้าต่างยืนยันการออกจากระบบ ดังรูปที่ 9-21 หากต้องการออกจากระบบแน่นอนให้กดปุ่ม

2. การสมัครใช้งาน Free E-mail

           Free E-mail เป็นบริการด้านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานบนโปรแกรมเว็บบราวเซอร์โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเฉพาะ เช่น โปรแกรม Microsoft Outlook แต่เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาให้สามารถทำงานบนโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ได้เลย การใช้งานหลัก ๆ เหมือนการใช้โปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทั่ว ๆ ไป เพียงแต่ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการเว็บเมล์ (Web Mail Provider) รายหนึ่งรายใดก่อน โดยการสมัครเป็นสมาชิกใหม่ของแต่ละรายอาจจะมีรูปแบบแตกต่างกัน

             2.1 สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อใช้บริการของ สนุก!เมล์

            โดยการพิมพ์ http://mail.sanook.com ลงในช่อง Address แล้วกดแป้น Enter จะปรากฏหน้าจอ

              2.2 เงื่อนไข ในการใช้บริการ จะปรากฏหน้าจอให้ยอมรับเงื่อนไขในการใช้บริการ คลิ๊กที่ “ตกลง” เพื่อยอมรับเงื่อนไขก่อนคลิ๊กที่ “ลงทะเบียนเพื่อสมัครเป็นสมาชิกชาวสนุก!”

              2.3 กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครสมาชิก พิมพ์ที่อยู่อี-เมล์ที่ต้องการ เช่น benchaporn ตามด้วย @sanook.com   พิมพ์นามแฝงที่ต้องการใช้กดปุ่ม “ตรวจสอบอี-เมล์และนามแฝง” เพื่อตรวจสอบว่าที่อยู่อี-เมล์ และนามแฝงที่เราต้องการนั้นมีผู้อื่นใช้อยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีจะต้องกลับไปทำการแก้ไข และตรวจสอบอีกครั้งจนกว่าที่อยู่อี-เมล์และนามแฝงจะไม่ซ้ำกับผู้อื่นพิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการ โดยต้องมีความยาวมากกว่า 9 ตัวอักษร

พิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการให้ตรงกับที่พิมพ์ในขั้นตอนที่ อีกครั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้อง

เลือกคำถามสำหรับกรณีลืมรหัสผ่านตอบคำถามที่เลือกไว้ในขั้นตอนที่จากนั้นกดปุ่ม จะปรากกฏหน้าจอสำหรับกรอกข้อมูลส่วนตัว หลังจากกรอกข้อมูลส่วนที่ต้องกรอกเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอ การรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ ซึ่งเมื่อผู้สมัครเลือกช่องทาง และประเภทข่าวสารที่สนใจเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม จึงเสร็จขั้นตอนการสมัครสมาชิก ซึ่งจะปรากฏหน้าจอ คลิ๊กที่ปุ่ม เพื่อกลับไปล็อกอินเข้าใช้งานอี-เมล์ที่สมัครไว้ในหน้าแรก

           2.4 เข้าใช้งานระบบเข้า ให้คลิ๊กที่ปุ่ม เพื่อเข้าใช้งานระบบ ดังรูปที่ 9-27

จะปรากฏหน้าจอสำหรับล็อกอินเข้าใช้งานระบบดังรูปที่ 9-28 เมื่อกรอกที่อยู่อี-เมล์และรหัสผ่านที่ได้สมัครไว้เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม  ในการเข้าใช้งานครั้งแรกจะปรากฏหน้าจอให้คลิ๊กที่ “Proceed” เพื่อเข้าใช้งานระบบสนุกเมล์!  เมื่อนิสิตล็อกอินเข้าใช้งานได้สำเร็จ จะปรากฏหน้าจอให้คลิ๊กที่ข้อความเชื่อมโยง

“เช็คและส่งอี-เมล์ S! Mail”



ปฏิบัติการที่ 8 โปรแกรม Web Browser และการสืบค้นข้อมูล

02:20, 13 August 2008 .. Link

ปฏิบัติการที่ 8

โปรแกรม Web Browser และการสืบค้นข้อมูล

วัตถุประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถใช้โปรแกรมประเภทเว็บบราวเซอร์(Web Browser) ในการเรียกดูสารสนเทศ
ต่าง ๆ บนเวิลด์ไวด์เว็บ(World Wide Web) ได้
2. สามารถเลือกใช้คุณสมบัติต่างๆของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ได้อย่างเหมาะสม
3. สามารถใช้โปรแกรม Search Engine ในการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการได้
4. สามารถสืบค้นข้อมูลจากสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพาได้

1. การเรียกโปรแกรมเว็บบราวเซอร์เพื่อเรียกดูข้อมูลต่าง ๆ บนเวิลด์ไวด์เว็บ
          โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เป็นโปรแกรมที่ทำงานอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้บริการเว็บใช้สำหรับอ่านข้อมูลและแปลเอกสาร HTML เป็นข้อมูลแสดงผลบนจอภาพที่เราเรียกกันว่าเว็บเพจ
          การเรียกใช้งานโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ทำได้โดยการดับเบิ้ลคลิ๊กเรียกโปรแกรม
ซึ่งเป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน หน้าจอโปรแกรม
Internet Explorer ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
• Title Bar แสดงชื่อของหน้าเว็บเพจที่กำลังแสดงผลอยู่
• Menu Bar เป็นเมนูหลักที่รวบรวมคำสั่งต่างๆ สำหรับการใช้งานโปรแกรมเว็บบราว
เซอร์โดยมีหลักการทำงานเหมือนกับโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทั่ว ๆไป

• Toolbar เป็นส่วนของ Icon สำหรับชุดคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ
• Address ใช้แสดง Uniform Resource Locator (URL) ของเว็บเพจปัจจุบันวัตถุประสงค์การเรียนรู้

2. การเรียกดูข้อมูลโดยการระบุ URL
          การเรียกดูข้อมูลต่างๆในหน้าเว็บที่อยู่บนเวิลด์ไวด์เว็บ ทำได้โดยพิมพ์ URL (Uniform  Resource Locator) ที่ต้องการในส่วนของ Address box เช่น http://www.buu.ac.th แล้วกดแป้น  Enter

 

3. การใช้งานปุ่มต่างๆบนแถบเครื่องมือ (Tool bar)
          บนแถบเครื่องมือมีปุ่มให้เรียกใช้งานต่างๆ สามารถอธิบายปุ่มที่มักถูกใช้งานบ่อยๆได้ดังนี้

ปุ่มย้อนกลับ (Back) ใช้สำหรับย้อนกลับไปยังหน้าเว็บเพจที่เคยเข้าชมในลำดับ
ก่อนหน้าปัจจุบัน
ปุ่มเดินหน้า(Forward) ใช้สำหรับเดินหน้าไปยังหน้าเว็บเพจที่เคยเข้าชมในลำ
ดับหลังหน้าปัจจุบัน
ปุ่มหยุด ใช้สำหรับหยุดการติดต่อดาวน์โหลดแฟ้มเอกสาร HTML ที่กำลังเรียก
ขึ้นมาปรากฏบนหน้าจอ
ปุ่มรีเฟรช ใช้สำหรับปรับปรุงข้อมูลที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอให้เป็นข้อมูล
ปัจจุบัน
ปุ่มโฮม ใช้สำหรับเรียกหน้าเว็บที่กำหนดไว้เป็นหน้าโฮมเพจของเครื่องนั้นๆ
ขึ้นมาแสดง (โดยการกำหนดหน้าเว็บใดๆ ให้เป็นหน้าโฮมเพจ สามารถกำหนด
ได้ที่เมนู Tools Internet Options และกำหนดที่อยู่ของเว็บที่ต้องการลงไป
ในส่วน Home page)

ปุ่มค้นหา ใช้สำหรับแสดงกล่องข้อความ เพื่อค้นหาเว็บเพจที่มีข้อความที่ระบุ
หรือค้นหาแฟ้มข้อมูลที่ต้องการ โดยใช้เครื่องมือค้นหาของบริษัทไมโคร
ซอฟท์

4. การใช้งานคุณสมบัติ Favorites
       4.1 การจัดเก็บ URL ต่าง ๆ ที่เราสนใจไว้ เพื่อเป็นทางลัดและเกิดความสะดวกในการเรียกใช้
งานหน้าเว็บเพจในภายหลังโดยไม่ต้องจดจำ URL ของเว็บเพจนั้น ๆ สามารถทำได้โดยการใช้คุณสมบัติ
Favorites ของโปรแกรม โดยการจัดเก็บ URL ไว้ในรายการ Favorites สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
• ที่ Menu Bar ให้คลิ๊กที่เมนู Favorites แล้วเลือกเมนูย่อย Add Favorites
• จากนั้นจะปรากฏ Dialog Box ดังรูปที่ 8-3 เพื่อให้เราเลือก Folder ที่จะจัดเก็บ URL ที่เรา
ต้องการแล้วคลิ๊กปุ่ม OK
• หากต้องการเก็บ URL ไว้ในหมวดหมู่ใหม่ สามารถสร้างโฟลเดอร์ใหม่โดยคลิ๊กที่ปุ่ม
New Folder แล้วตั้งชื่อโฟลเดอร์ใหม่ตามต้องการ จากนั้นคลิ๊กปุ่ม OK

      4.2 การเรียกใช้งานหน้าเว็บเพจที่ได้จัดเก็บไว้ในรายการ Favorite

ทำได้โดยการเรียกใช้เมนู  Favorite บน Menu bar หรือ คลิ๊กที่ปุ่ม บน Tool bar จากนั้นคลิ๊กเลือกหน้าเว็บเพจที่ต้องการจากรายการที่ปรากฏ

 

5. การใช้ History

          History ที่ใช้ในโปรแกรม Web Browser เช่น Internet Explorer เป็นการแสดง URL ที่เคยเข้าไปใช้งาน ผู้ใช้สามารถเรียกดู history โดยการเลือกเมนู View จากนั้นเลือกเมนูย่อย Explorer barและเลือก History หรือคลิ๊กที่ปุ่ม  บนแถบเครื่องมือ(Tool bar)  จะปรากฏรายการชื่อเว็บเพจที่เคยเรียกใช้งานแบ่งตามระยะเวลาที่เรียกใช้งานเว็บเพจนั้นๆ

 

6. Search Engine บนเวิลด์ไวด์เว็บและการสืบค้นข้อมูลอย่างง่าย
          เครื่องมือที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลบนเวิลด์ไวด์เว็บอาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า Search Engine ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่บนเว็บไซต์ใดๆ มีหน้าที่ให้บริการสืบค้นข้อมูลต่างๆบนเวิลด์ไวด์เว็บ โดยข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้อาจเป็น แฟ้มรูปภาพ แฟ้มภาพเคลื่อนไหว แฟ้มข้อมูลเสียง แฟ้มข้อมูลเอกสารประเภทต่างๆ ได้แก่ เอกสาร HTML เอกสาร Word เอกสาร pdf หรือ แฟ้มข้อมูลประเภทอื่นๆ
         ตัวอย่าง Search Engine บนเวิลด์ไวด์เว็บที่เป็นที่รู้จัก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่
Alexa
http://www.alexa.com/
MetaCrawler
http://www.metacrawler.com
AltaVista
http://www.altavista.com
MSN
http://search.msn.com/
Clusty
http://clusty.com/
NorthernLight
http://www.northernlight.com
Excite
http://www.excite.com
Sansarn
http://www.sansarn.com/
Google
http://www.google.co.th
Search
http://www.search.com
HotBot
http://www.hotbot.com
Siam Guru
http://www.siamguru.com
InfoSeek
http://www.infoseek.com
Teoma
http://www.teoma.com/
LookSmart
http://www.looksmart.com
Yahoo
http://www.yahoo.com/
           6.1 การสืบค้นข้อมูลอย่างง่าย โดยทั่วไปแล้วมีหลักการค้นหาคล้ายคลึงกันในแต่ละโปรแกรมSearch Engine ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การค้นหา และความสามารถของโปรแกรม search engine ว่าสามารถค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้มากน้อยเพียงใด ในที่นี้จะยกตัวอย่างการเรียกใช้โปรแกรม search engine ของ Yahoo โดยขั้นแรกทำการเรียกใช้งานโปรแกรม Internet Explorerจากนั้นในช่อง Address ให้ พิมพ์http://www.yahoo.com/ จะปรากฏจอภาพจากเว็บไซต์ของ yahoo ผู้ใช้
สามารถสืบค้นหาเว็บเพจที่มีข้อมูลที่ต้องการได้โดยการใส่คำสำคัญ (Keyword) ลงในช่องค้นหาจากนั้นกดปุ่ม ตัวอย่างเช่น ต้องการค้นหาเว็บเพจที่เกี่ยวกับหัวข้อ computer network
            เมื่อกดปุ่มค้นหา โปรแกรม Search Engine จะทำงานแล้วแสดงผลลัพธ์เป็นรายการเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บเพจที่เกี่ยวข้องกับคำสำคัญที่ต้องการ ในที่นี้ใส่คำว่า computer network
            หากต้องการค้นหาข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถทำได้โดยการระบุคำสำคัญที่ละเอียดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ใส่คำสำคัญว่า computer network protocol ซึ่งเป็นการระบุคำค้นที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิม จะสังเกตเห็นว่าจำนวนผลลัพธ์ที่ค้นได้ลดน้อยลงกว่าเดิม

            6.2 การสืบค้นข้อมูลแบบ Subject/ Directory Search ทำได้โดยใช้เมาส์คลิ๊กเลือกดูรายละเอียดของหัวข้อ (Subject/Directory) ที่สนใจ ในส่วน Yahoo! Web Directory และคลิ๊กเลือกหัวข้อย่อยรองลงไปเรื่อยๆ จนกว่า link จะนำไปสู่หน้าจอของเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการสืบค้น

            6.3 ทดลองทำการสืบค้นข้อมูลประเภทอื่น เช่นการค้นหารูปภาพ โดยการใช้โปรแกรม SearchEngine อื่นๆ เช่น google โดยพิมพ์ http://www.google.co.th/ ในช่อง Address ของโปรแกรม InternetExplorer จะปรากฏจอภาพจากเว็บไซต์ของ

            6.4 ทดลองใช้ Search Engine อื่นๆที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น ในการสืบค้นข้อมูลที่อยู่ในรูปของเอกสาร HTML รูปภาพ และ ข้อมูลประเภทอื่นๆ โดยโปรแกรม Search Engine บางโปรแกรมอาจใช้ภาษาไทยในการระบุคำที่ต้องการสืบค้นได้ เช่น www.siamguru.com

7. การสืบค้นแบบซับซ้อน ด้วยโปรแกรม Google Search Engine
เรียกใช้โปรแกรม Googleโดยพิมพ์ http://www.google.co.th ในช่อง Address ของโปรแกรม
Internet Explorer จะปรากฏจอภาพจากเว็บไซต์ของ google จากนั้นคลิ๊กที่ลิงค์ ค้นหาแบบละเอียดที่ด้านซ้ายของกล่องข้อความ

            7.1 การค้นหาแบบละเอียดแบบ ด้วยทั้งหมดของคำ
1 . ที่ช่องแรก ด้วยทั้งหมดของคำ ให้พิมพ์ thai newspaper ดังรูปที่ 8-12
2. คลิ๊กที่ปุ่ม สังเกตผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาว่าเป็นอย่าง

           7.2 การค้นหาแบบละเอียดแบบ ด้วยทั้งหมดทุกคำ
1 . ในช่องที่สอง ด้วยทั้งหมดทุกคำ ให้พิมพ์ thai newspaper
2. คลิ๊กที่ปุ่ม สังเกตผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาว่าเป็นอย่างไร
เปรียบเทียบ ผลลัพธ์ที่ได้นี้กับผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 7.1
           7.3 การค้นหาแบบละเอียดแบบ ด้วยบางส่วนทุกคำ
1 . ในช่องที่สาม ด้วยบางส่วนทุกคำ ให้พิมพ์ thai newspaper
2. คลิ๊กที่ปุ่ม สังเกตผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาว่าเป็นอย่างไร
เปรียบเทียบ ผลลัพธ์ที่ได้นี้กับผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 7.1 และ 7.2
           7.4 การค้นหาแบบละเอียดแบบ ด้วยบางส่วนทุกคำ และ ไม่มีคำนี้
1 . ในช่องที่สาม ด้วยบางส่วนทุกคำ ให้คงข้อความค้นหา thai newspaper ไว้เหมือนเดิม
2. ในช่องที่สี่ ไม่มีคำนี้ ให้พิมพ์ daily แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม
สังเกตผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาว่าเป็นอย่างไร เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้นี้กับผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 7.3 และทำความเข้าใจการระบุวิธีการสืบค้นดังกล่าว

            7.5 หากต้องการค้นหาแบบละเอียดโดยระบุ ภาษา ที่แสดงอยู่ในเว็บเพจที่เป็นผลลัพธ์จากการค้นหา ทำได้โดยระบุที่ตัวเลือก ภาษา
             7.6 หากต้องการค้นหาแบบละเอียดโดยระบุ ชนิด ของแฟ้มข้อมูลที่ต้องการค้นหา ทำได้โดยระบุที่ตัวเลือก ชนิดของไฟล์
             7.7 หากต้องการค้นหาแบบละเอียดโดยระบุ ระยะเวลา ที่เว็บเพจที่ต้องการค้นหาถูกปรับปรุงหรือแก้ไข ทำได้โดยระบุที่ตัวเลือก วันที่
             7.8 หากต้องการค้นหาแบบละเอียดโดยระบุ โดเมน การค้นหาเว็บเพจที่ต้องการ ทำได้โดยระบุที่ตัวเลือก โดเมน

 

8. การสืบค้นข้อมูลของสำนักหอสมุดโดยใช้ Web OPAC  ในหน้าต่างโปรแกรม Internet Explorer ในช่อง Address ให้พิมพ์ http://www.buu.ac.th/ จะปรากฏเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยบูรพา แล้วคลิ๊กที่ลิงค์ Web OPAC สารสนเทศของสำนักหอสมุด (Web OPAC)

             8.1 ในการค้นหาข้อมูลแบบอย่างง่าย เพื่อค้นหาข้อมูลหนังสือจากสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา ทำได้โดยคลิ๊กลิงค์ค้นหาแบบง่าย  เราสามารถระบุตัวเลือกในการค้นหาได้ตามต้องการ
ดังต่อไปนี้
1 . ค้นหาโดยระบุประเภทคำที่ต้องการค้นหาจาก list box ทดลองเลือก ทุกเขตคำค้น โดย
ครั้งแรกให้เลือก คำที่ระบุจะอยู่ที่ ตำแหน่งใดก็ได้ จากนั้นทดลองพิมพ์คำสำคัญเกี่ยวกับหนังสือที่ท่าน
ต้องการค้นหา เช่น คอมพิวเตอร์เบื้องต้น 2. ค้นหาโดยระบุประเภทคำที่ต้องการค้นหาจาก list box ทดลองเลือก ชื่อเรื่อง โดยครั้ง
แรกให้เลือก คำที่ระบุจะอยู่ที่ ตำแหน่งใดก็ได้ โดยสามารถเลือกได้จาก ลิงค์ ค้นแบบง่าย จากนั้นทดลอง
พิมพ์ชื่อเรื่องหนังสือที่ท่านต้องการค้นหา
3. ค้นหาโดยระบุประเภทคำที่ต้องการค้นหาจาก list box ทดลองเลือก ชื่อเรื่อง โดยครั้ง
แรกให้เลือก คำที่ระบุจะอยู่ที่ ขึ้นต้นด้วย/ตรงตัว โดยสามารถเลือกได้จาก ลิงค์ ค้นแบบง่าย จากนั้น
ทดลองพิมพ์ชื่อเรื่องหนังสือที่ท่านต้องการค้นหา
4. ค้นหาโดยระบุประเภทคำที่ต้องการค้นหาจาก list box ทดลองเลือก ผู้แต่ง โดยครั้ง
แรกให้เลือก คำที่ระบุจะอยู่ที่ ขึ้นต้นด้วย/ตรงตัว จากนั้นทดลองพิมพ์ชื่อผู้แต่งหนังสือที่ท่านต้องการ
ค้นหา
             8.2 ในการค้นหาข้อมูลแบบซับซ้อน เพื่อค้นหาข้อมูลหนังสือจากสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา  ทำได้โดยคลิกลิ้งค์ข้อมูลแบบซับซ้อน

 



ซอฟแวร์ คือ อะไร

01:58, 13 August 2008 .. 0 trackbacks .. Link

รู้จัก “ระบบสถาปนาองค์ความรู้” แนวคิดใหม่ให้นักวิจัยมาคุยกัน [26 ต.ค. 50 - 13:17]

เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ของการทำงานวิจัย โดยหน่วยงานเล็กแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า หน่วยวิจัยภาษาศาสตร์และคำนวณ หรือ  “ทีซีแอล” (TCL: Thai Computational Linguistics Laboratory) ของศูนย์วิจัยเอ็นไอซีทีแห่งเอเชีย (NICT Asia Research Center) ที่อยู่ภายใต้การกับกับดูแล โดยสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ National Institute of Information and Communications Technology: NICT ที่เป็นหน่วยงานมุ่งเน้นการวิจัยเทคโนโลยีไอซีที

 

ทั้งนี้ตลอด 5 ปีหน่วยวิจัยภาษาศาสตร์และคำนวณ ได้ดำเนินการและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) เพื่อให้มนุษย์สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือกับมนุษย์ด้วยกันได้ด้วยภาษาของตนเอง เช่น เทคโนโลยีคลังข้อมูล พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีระบบแปลภาษา และระบบสืบค้นข้อมูล เป็นต้น

 

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการประมวลผลธรรมชาตินี้ จะช่วยลดปัญหาเรื่อง พรมแดนภาษา (Language Barrier) และช่วงว่างในการเข้าถึง สารสนเทศและความรู้ (Digital divide) ทำให้มนุษย์สื่อสารข้ามภาษากันได้ด้วยภาษาของตัวเอง รวมถึงมีโอกาสและศักยภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตได้แบบเท่าเทียม และในโอกาสที่ครบรอบ 5 ปีของการดำเนินการ ทีซีแอลจึงได้นำเสนอผลงานการสร้างเครือข่ายระบบสถาปนาองค์ความรู้ ที่เป็นการต่อยอดจาก ระบบสถาปนาองค์ความรู้ (Knowledge Unifying Initiator: KUI) หรือ คุย สำหรับการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมสำหรับนักวิจัยภายใต้ โครงการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) อันจะนำไปสู่การพัฒนาเพื่อประยุกต์ คุย ในรูปแบบอื่นๆ

 

ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายถึงตัวระบบ “คุย” ว่า ระบบสถาปนาองค์ความรู้ เป็นระบบพัฒนาฐานความรู้ออนไลน์แบบเปิด (โอเพนซอร์ส) เพื่อให้สมาชิกใช้เป็นเครื่องมือสร้าง-รวบรวมความรู้ตามกระบวนการทางความคิดของมนุษย์ คือ เริ่มจากความคิดเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เสนอความคิดเห็นนั้น แลกเปลี่ยนทรรศนะในชุมชน ทำความเข้าใจและแปลภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ทำประชาพิจารณ์ และลงประชามติในประเด็นนั้นๆ ด้วยการลงคะแนน เป็นการสร้างชุมชนความรู้ออนไลน์ ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ได้กว้างขวาง ทุกเวลา เท่าเทียม และทั่วถึง

 

ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายต่อว่า เมื่อดูการทำงานแบบนี้อาจจะคิดว่าเหมือนวิกิพีเดีย หรือสารานุกรมออนไลน์ที่เปิดให้ทุกคนเข้าไปโพสเนื้อหาได้ แต่ที่จริงไม่เหมือนกันและ คุย มีความน่าเชื่อถือมากว่า เพราะในกระบวนการแปลภาษา จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน เช่น ชุมชนแปลข้อมูล คำถามระหว่างแพทย์-คนไข้ ชุมชนสร้าง Asian WordNet ที่มีฐานข้อมูลคำศัพท์กว่า 2 แสนคำ รวมถึงชุมชนสร้างฐานข้อมูลคำศัพท์ไทย-ญี่ปุ่น โดยนักวิจัยที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น และแบ่งปันข้อมูลจะได้รับการจัดเรตติ้งความน่าเชื่อถือจากประวัติการทำงาน และการยอมรับของคนในชุมชน

 

ดร.วิรัช อธิบายถึง Asian WordNet ว่า มาจากปรัชญาการสื่อสารของคน ด้วยการนำเอาความหมายของศัพท์มาเปรียบเทียบกับ คำแตกต่าง คำตรงกันข้าม คำพ้องเสียง และอื่นๆ รวม 7 ความสัมพันธ์ เหมือนกับการเรียนรู้ของมนุษย์ที่รู้จักอะไรก็ตาม ต้องเริ่มจากการเปรียบเทียบกับสิ่งที่รู้จัก เช่น คำว่า “แบงก์” แปลว่า ธนาคาร ธนบัตร หรือ แหล่งน้ำ ถ้าหมายถึง “สถานที่รับฝากเงิน” ก็จะตัดธนบัตร และแหล่งน้ำออกไป เรียกว่าเป็นการอธิบายความหมายของคำ โดยการใช้การเปรียบเทียบ แล้วแยกแยะเป็นกลไกในการจัดการ ทั้งนี้ตัวคุยจะเป็นรากฐานของระบบอี-ฟอรัมของ STKC  

 

ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายอีกว่า คุยที่นำมาทดลองใช้นั้นมีอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่

 

คุย โพล หรือ ระบบสถาปนาความรู้ด้วยโพล (KuiPoll) ใช้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อที่กำหนด เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ลักษณะของชุมชน เป็นความร่วมมือระหว่าง ทีซีแอล มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยการสนับสนุนของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ในด้านการปรับปรุงช่วงทดลองใช้เคยทำกับการทำประชาพิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มหาวิทยาลัยบูรพา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางแห่ง

 

คุย ซายน์ หรือระบบสถาปนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (KuiSci) โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ เอ็นไอซีที ญี่ปุ่น เพื่อเผยแพร่ภายใต้ STKC อันจะเป็นโครงข่ายพื้นฐานเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อคิดเห็นของนักวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับการแก้ไขปัญหาระดับชาติแบบบูรณาการ  

 

คุย เฮิร์บ หรือ ระบบสถาปนาองค์ความรู้ด้านสมุนไพร (KuiHerb) เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และทีซีแอล โดยการสนับสนุนของเนคเทค ในการรวบรวมความรู้เรื่องสมุนไพรจากชุมชนต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลชื่อเรียก สรรพคุณทางการแพทย์ และวิธีการใช้สมุนไพรที่มีความครอบคลุมและน่าเชื่อถือ

 

“เรื่องนี้จำเป็นต้องทำให้คนสนใจ และอยากเข้ามาปรับปรุงเนื้อหา คืนความรู้ให้กับสังคมมากขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยกับ STKC อยู่ในการให้นักวิจัยเข้ามาช่วยเป็นผู้แนะนำการใช้งาน ทั้งนี้เราต้องการสร้างระบบแปลภาษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความแตกต่างทางภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ด้วยการใช้ คุย เป็นตัวสร้างฐานข้อมูล แปล แล้วเอาข้อมูลความรู้ที่ได้มาใช้ ดังนั้นเรื่องนี้พูดได้ว่ายังไม่เคยมีหน่วยงานไหนในโลกคิดทำแบบนี้ จึงถือเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นของทีมงานเอ็นไอซีที” ดร.วิรัช กล่าว 

 

ด้าน นายโอโมริ ชินโก รองประธาน เอ็นไอซีที แห่งประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ตัวระบบ KUI จะนำไปสู่การสร้าง Semantic Web หรือ เว็บ 3.0 เพื่อเอามาเชื่อมโยงความหมายของเนื้อหาบนเว็บไซต์แก่ผู้อ่าน เป็นการป้องการค้นหาข้อมูลที่กว้างมากเกินไป อีกทั้งทำให้การสืบค้นและเชื่อมโยงข้อมูลได้เร็วขึ้น ถือเป็นแนวทางในการสร้างเว็บไซต์ในอนาคต ส่วนเว็บไซต์ในขณะนี้ จะทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเว็บดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแปลภาษาบางอย่าง ขึ้นกับวัฒนาธรรมของเจ้าของภาษา บางคำ บางเรื่องก็แปลไม่ได้ ทุกวันนี้อาศัยการค่อยๆ แปลเพิ่มเข้าไปทั้งศัพท์ภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น ขึ้นอยู่กับว่าจะแปล Semantic Web ได้มากแค่ไหน

 

รองประธาน เอ็นไอซีที แห่งประเทศญี่ปุ่น อธิบายเสริมว่า ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะไปรวมกับระบบการค้นหาของกูเกิล หรือไมโครซอฟท์ ไลฟ์ เสิร์ช เพราะมองแล้วว่าหากสังคมออนไลน์นี้มีหลายคนเข้ามาร่วมหารือในบางเรื่อง ก็จะมีการนำเสนอข้อมคิดเห็นต่างๆ จนนำไปสู่การได้ข้อสรุปมา และข้อสรุปนี้ คือ ความเห็นของคนใดคนหนึ่งที่ได้การยอมรับจากชุมชนแล้ว  ดังนั้นในโลกไซเบอร์เราจะใช้คุยเป็นตัวหลักเพื่อหาองค์ความรู้ รวมถึงการทำผลการสำรวจ หรือ โพล ที่สามารถออกมาในแบบการหารือออนไลน์สดๆ ทำให้ข้อมูลมีการเคลื่อนไหวมากกว่าเดิม ทั้งนี้ คุยยังอยู่ในขั้นทดลอง เพื่อให้ระบบดีมากขึ้นกว่านี้

 

ทั้งหมดนี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มาจากความตั้งใจ และการทุ่มเทความรู้ และกำลังกายที่มี เพื่อให้คนไทยได้มีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งความรู้จากต่างประเทศ ลดกำแพงทางด้านภาษา ทำให้การสื่อสารระหว่างกันทำได้แบบไร้พรมแดน รวมถึงปูทางสู่การเตรียมพร้อมรับยุคเว็บ 3.0 อย่างไรก็ตามทั้งหมดของโครงการยังอยู่ในช่วยการทดลอง ผู้ที่สนใจลองเข้าไปศึกษาได้ที่เว็บไซต์ www.tcllab.org/kui เชื่อได้ว่าหากโครงการสมบูรณ์พร้อมเปิดสู่บุคคลภายนอกเมื่อใด สังคมอุดมปัญญาไม่ไกลเกินจริงแน่นอน...

จุลดิศ รัตนคำแปง
itdigest@thairath.co.th

รู้จัก “ระบบสถาปนาองค์ความรู้” แนวคิดใหม่ให้นักวิจัยมาคุยกัน [26 ต.ค. 50 - 13:17]

เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ของการทำงานวิจัย โดยหน่วยงานเล็กแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า หน่วยวิจัยภาษาศาสตร์และคำนวณ หรือ  “ทีซีแอล” (TCL: Thai Computational Linguistics Laboratory) ของศูนย์วิจัยเอ็นไอซีทีแห่งเอเชีย (NICT Asia Research Center) ที่อยู่ภายใต้การกับกับดูแล โดยสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ National Institute of Information and Communications Technology: NICT ที่เป็นหน่วยงานมุ่งเน้นการวิจัยเทคโนโลยีไอซีที

 

ทั้งนี้ตลอด 5 ปีหน่วยวิจัยภาษาศาสตร์และคำนวณ ได้ดำเนินการและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) เพื่อให้มนุษย์สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือกับมนุษย์ด้วยกันได้ด้วยภาษาของตนเอง เช่น เทคโนโลยีคลังข้อมูล พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีระบบแปลภาษา และระบบสืบค้นข้อมูล เป็นต้น

 

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการประมวลผลธรรมชาตินี้ จะช่วยลดปัญหาเรื่อง พรมแดนภาษา (Language Barrier) และช่วงว่างในการเข้าถึง สารสนเทศและความรู้ (Digital divide) ทำให้มนุษย์สื่อสารข้ามภาษากันได้ด้วยภาษาของตัวเอง รวมถึงมีโอกาสและศักยภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตได้แบบเท่าเทียม และในโอกาสที่ครบรอบ 5 ปีของการดำเนินการ ทีซีแอลจึงได้นำเสนอผลงานการสร้างเครือข่ายระบบสถาปนาองค์ความรู้ ที่เป็นการต่อยอดจาก ระบบสถาปนาองค์ความรู้ (Knowledge Unifying Initiator: KUI) หรือ คุย สำหรับการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมสำหรับนักวิจัยภายใต้ โครงการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) อันจะนำไปสู่การพัฒนาเพื่อประยุกต์ คุย ในรูปแบบอื่นๆ

 

ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายถึงตัวระบบ “คุย” ว่า ระบบสถาปนาองค์ความรู้ เป็นระบบพัฒนาฐานความรู้ออนไลน์แบบเปิด (โอเพนซอร์ส) เพื่อให้สมาชิกใช้เป็นเครื่องมือสร้าง-รวบรวมความรู้ตามกระบวนการทางความคิดของมนุษย์ คือ เริ่มจากความคิดเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เสนอความคิดเห็นนั้น แลกเปลี่ยนทรรศนะในชุมชน ทำความเข้าใจและแปลภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ทำประชาพิจารณ์ และลงประชามติในประเด็นนั้นๆ ด้วยการลงคะแนน เป็นการสร้างชุมชนความรู้ออนไลน์ ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ได้กว้างขวาง ทุกเวลา เท่าเทียม และทั่วถึง

 

ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายต่อว่า เมื่อดูการทำงานแบบนี้อาจจะคิดว่าเหมือนวิกิพีเดีย หรือสารานุกรมออนไลน์ที่เปิดให้ทุกคนเข้าไปโพสเนื้อหาได้ แต่ที่จริงไม่เหมือนกันและ คุย มีความน่าเชื่อถือมากว่า เพราะในกระบวนการแปลภาษา จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน เช่น ชุมชนแปลข้อมูล คำถามระหว่างแพทย์-คนไข้ ชุมชนสร้าง Asian WordNet ที่มีฐานข้อมูลคำศัพท์กว่า 2 แสนคำ รวมถึงชุมชนสร้างฐานข้อมูลคำศัพท์ไทย-ญี่ปุ่น โดยนักวิจัยที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น และแบ่งปันข้อมูลจะได้รับการจัดเรตติ้งความน่าเชื่อถือจากประวัติการทำงาน และการยอมรับของคนในชุมชน

 

ดร.วิรัช อธิบายถึง Asian WordNet ว่า มาจากปรัชญาการสื่อสารของคน ด้วยการนำเอาความหมายของศัพท์มาเปรียบเทียบกับ คำแตกต่าง คำตรงกันข้าม คำพ้องเสียง และอื่นๆ รวม 7 ความสัมพันธ์ เหมือนกับการเรียนรู้ของมนุษย์ที่รู้จักอะไรก็ตาม ต้องเริ่มจากการเปรียบเทียบกับสิ่งที่รู้จัก เช่น คำว่า “แบงก์” แปลว่า ธนาคาร ธนบัตร หรือ แหล่งน้ำ ถ้าหมายถึง “สถานที่รับฝากเงิน” ก็จะตัดธนบัตร และแหล่งน้ำออกไป เรียกว่าเป็นการอธิบายความหมายของคำ โดยการใช้การเปรียบเทียบ แล้วแยกแยะเป็นกลไกในการจัดการ ทั้งนี้ตัวคุยจะเป็นรากฐานของระบบอี-ฟอรัมของ STKC  

 

ผู้อำนวยการ ทีซีแอล อธิบายอีกว่า คุยที่นำมาทดลองใช้นั้นมีอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่

 

คุย โพล หรือ ระบบสถาปนาความรู้ด้วยโพล (KuiPoll) ใช้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อที่กำหนด เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ลักษณะของชุมชน เป็นความร่วมมือระหว่าง ทีซีแอล มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยการสนับสนุนของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ในด้านการปรับปรุงช่วงทดลองใช้เคยทำกับการทำประชาพิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มหาวิทยาลัยบูรพา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางแห่ง

 

คุย ซายน์ หรือระบบสถาปนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (KuiSci) โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ เอ็นไอซีที ญี่ปุ่น เพื่อเผยแพร่ภายใต้ STKC อันจะเป็นโครงข่ายพื้นฐานเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อคิดเห็นของนักวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับการแก้ไขปัญหาระดับชาติแบบบูรณาการ  

 

คุย เฮิร์บ หรือ ระบบสถาปนาองค์ความรู้ด้านสมุนไพร (KuiHerb) เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และทีซีแอล โดยการสนับสนุนของเนคเทค ในการรวบรวมความรู้เรื่องสมุนไพรจากชุมชนต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลชื่อเรียก สรรพคุณทางการแพทย์ และวิธีการใช้สมุนไพรที่มีความครอบคลุมและน่าเชื่อถือ

 

“เรื่องนี้จำเป็นต้องทำให้คนสนใจ และอยากเข้ามาปรับปรุงเนื้อหา คืนความรู้ให้กับสังคมมากขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยกับ STKC อยู่ในการให้นักวิจัยเข้ามาช่วยเป็นผู้แนะนำการใช้งาน ทั้งนี้เราต้องการสร้างระบบแปลภาษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความแตกต่างทางภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ด้วยการใช้ คุย เป็นตัวสร้างฐานข้อมูล แปล แล้วเอาข้อมูลความรู้ที่ได้มาใช้ ดังนั้นเรื่องนี้พูดได้ว่ายังไม่เคยมีหน่วยงานไหนในโลกคิดทำแบบนี้ จึงถือเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นของทีมงานเอ็นไอซีที” ดร.วิรัช กล่าว 

 

ด้าน นายโอโมริ ชินโก รองประธาน เอ็นไอซีที แห่งประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ตัวระบบ KUI จะนำไปสู่การสร้าง Semantic Web หรือ เว็บ 3.0 เพื่อเอามาเชื่อมโยงความหมายของเนื้อหาบนเว็บไซต์แก่ผู้อ่าน เป็นการป้องการค้นหาข้อมูลที่กว้างมากเกินไป อีกทั้งทำให้การสืบค้นและเชื่อมโยงข้อมูลได้เร็วขึ้น ถือเป็นแนวทางในการสร้างเว็บไซต์ในอนาคต ส่วนเว็บไซต์ในขณะนี้ จะทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเว็บดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแปลภาษาบางอย่าง ขึ้นกับวัฒนาธรรมของเจ้าของภาษา บางคำ บางเรื่องก็แปลไม่ได้ ทุกวันนี้อาศัยการค่อยๆ แปลเพิ่มเข้าไปทั้งศัพท์ภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น ขึ้นอยู่กับว่าจะแปล Semantic Web ได้มากแค่ไหน

 

รองประธาน เอ็นไอซีที แห่งประเทศญี่ปุ่น อธิบายเสริมว่า ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะไปรวมกับระบบการค้นหาของกูเกิล หรือไมโครซอฟท์ ไลฟ์ เสิร์ช เพราะมองแล้วว่าหากสังคมออนไลน์นี้มีหลายคนเข้ามาร่วมหารือในบางเรื่อง ก็จะมีการนำเสนอข้อมคิดเห็นต่างๆ จนนำไปสู่การได้ข้อสรุปมา และข้อสรุปนี้ คือ ความเห็นของคนใดคนหนึ่งที่ได้การยอมรับจากชุมชนแล้ว  ดังนั้นในโลกไซเบอร์เราจะใช้คุยเป็นตัวหลักเพื่อหาองค์ความรู้ รวมถึงการทำผลการสำรวจ หรือ โพล ที่สามารถออกมาในแบบการหารือออนไลน์สดๆ ทำให้ข้อมูลมีการเคลื่อนไหวมากกว่าเดิม ทั้งนี้ คุยยังอยู่ในขั้นทดลอง เพื่อให้ระบบดีมากขึ้นกว่านี้

 

ทั้งหมดนี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มาจากความตั้งใจ และการทุ่มเทความรู้ และกำลังกายที่มี เพื่อให้คนไทยได้มีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งความรู้จากต่างประเทศ ลดกำแพงทางด้านภาษา ทำให้การสื่อสารระหว่างกันทำได้แบบไร้พรมแดน รวมถึงปูทางสู่การเตรียมพร้อมรับยุคเว็บ 3.0 อย่างไรก็ตามทั้งหมดของโครงการยังอยู่ในช่วยการทดลอง ผู้ที่สนใจลองเข้าไปศึกษาได้ที่เว็บไซต์ www.tcllab.org/kui เชื่อได้ว่าหากโครงการสมบูรณ์พร้อมเปิดสู่บุคคลภายนอกเมื่อใด สังคมอุดมปัญญาไม่ไกลเกินจริงแน่นอน...

จุลดิศ รัตนคำแปง
itdigest@thairath.co.th



About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links

http://www.google.com
http://www.hi5.coom
http://www.hotmail.com
http://www.buu.ac.th
http://www.dek-d.coom

Categories


Recent Entries

ปฏิบัติการที่ 10 การใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล ( ต่อ )
ปฏิบัติการที่ 10 การใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล
ปฏิบัติการที่ 9 โปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ปฏิบัติการที่ 8 โปรแกรม Web Browser และการสืบค้นข้อมูล
ซอฟแวร์ คือ อะไร

Friends

jink
51034592
latte
suphawadee39
susun
gemparty



Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting